( สำเนา )

ประกาศสำนักงานจัดหาพัสดุซ่อมบำรุง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
เรื่อง ซื้อCABLE TIES สำหรับใช้งานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ของรถโดยสาร จำนวน ๔ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
- - - - - - - - - - - - - - -
เลขที่ รฟ.พซ./จซ.1จ/189/63
 
            
            
            ๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
                 ชื่อโครงการ ซื้อCABLE TIES สำหรับใช้งานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ของรถโดยสาร จำนวน ๔ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
                 เงินงบประมาณโครงการ ๙๑,๙๙๘.๖๐ บาท (เก้าหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบแปดบาทหกสิบสตางค์)
                 ราคากลาง ๙๑,๙๙๘.๖๐ บาท (เก้าหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบแปดบาทหกสิบสตางค์)
            ๒. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
            ๒.๑    มีความสามารถตามกฎหมาย
            ๒.๒    ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
            ๒.๓    ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
            ๒.๔    ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
            ๒.๕    ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
            ๒.๖    มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
            ๒.๗    เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
            ๒.๘    ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธฺ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
            ๒.๙    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและเสนอเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของทางการฯทุกประการ
            ๓. หลักฐานการเสนอราคา
                ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับซองใบเสนอราคา โดยแยกไว้นอกซองใบเสนอราคาเป็น ๒ ส่วน คือ
                 ๓.๑   ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
                          (๑) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
                                    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
                                    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
                          (๒) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
                          (๓) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมค้า และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิใช่สัญชาติไทย ก็ให้ยื่นสำเนาหนังสือเดินทาง หรือผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคลให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑)
                          (๔) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ
                               (๔.๑) สำเนาทะเบียนพาณิชย์
                               (๔.๒) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพื่ม ภ.พ.๒๐
                          (๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา
                 ๓.๒   ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
                         (๑) แค็ตตาล็อกหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
                         (๒) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอำนาจให้บุคคลอื่นลงนามในใบเสนอราคาแทน
                         (๓) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ
                              (๓.๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและเสนอเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของทางการฯทุกประการ
                         (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับซองใบเสนอราคา
            ๔. แบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ
                 รายละเอียดตามเอกสารแนบ
            ๕. ระยะเวลาดำเนินการ
                 ไม่เกิน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย
            ๖. การทำสัญญาซื้อ
                 ผู้ชนะ เฉพาะเจาะจง จะต้องทำสัญญาซื้อขายกับรฟท.ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งและจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ เฉพาะเจาะจง ได้ ให้กรมยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
                           ๖.๑ เงินสด
                           ๖.๒ เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่รฟท. โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญาหรือก่อนหน้านั้นไม่เกิน ๓ วัน ทำการ
                           ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ
                           ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งชื่อเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกัน
                           ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
                                   หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
            ๗. อัตราค่าปรับ
                กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
            ๘. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
                  ผู้ชนะการ เฉพาะเจาะจง ซึ่งได้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ หรือทำสัญญาซื้อขาย แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ขาย ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี  นับถัดจากวันที่รฟท.ได้รับมอบงาน โดยผู้ขายต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง

      

ราคากลาง 91,998.60 บาท

            

ประกาศ ณ วันที่  9  เดือน  ตุลาคม พ.ศ. 2563

( ลงนาม ) ภักดี กล่ำศิริ
( นายภักดี กล่ำศิริ )
ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานจัดหาพัสดุซ่อมบำรุง
การรถไฟแห่งประเทศไทย


สำเนาถูกต้อง
( นายธนาวุฒิ เผ่าดี )
พนักงานพัสดุ 4
09/10/2563 15:43:54